เขียนบทความให้ถูกหลัก SEO

เขียนบทความให้ถูกหลัก SEO

The First Paragraph บทความเกริ่นนำ ตรงนี้สำคัญที่สุด เพราะอะไร อ่านต่อด้านล่าง เขียนบทความให้ถูกหลัก seo หลักการง่ายๆเลย อ่านจบเข้าใจง่าย แค่ยึดหลักการเขียนภาษาอังกฏษ Essay writing รับรองว่าส่งผลที่ดีให้แก่เว็บไซต์ของคุณ ในการจัดอันดับของ Google

H2 เขียนบทความให้ถูกหลัก SEO ใช้หลักการ Essay Writing

< paragragraph > การเขียนบทความให้ถูกหลัก seo นั้นจริงๆแล้วมีพื้นฐานมาจากการเขียนบทความภาษาอังกฤษ Essay writing โครงสร้างของบทความให้ถูกหลัก seo จะประกอบไปด้วย Title, First Paragraph, paragragraph แต่ละ Paragraph จะต้องมีหัว header เป็นตัวบอกความชัดเจนแต่ละส่วนของเนื้อหา ขยายความหัวข้อย่อยของเนื้อหา โดยจะใช้ชื่อย่อเรียงจากมากไปน้อย  H1, H2, H3, H4, H5, H6  ไม่ควรมีเกิน H6 

< P > เพราะอะไร First paragraph ถึงสำคัญ

จากการวิจัยพบว่า หากเนื้อหาบรรทัดแรก first paragraph ไม่น่าดึงดูดหรือ ไม่สร้างความน่าสนใจให้แก่ผู้อ่าน มีเปอร์เซ็นสูงที่ผู้อ่านจะกดปุ่มปิดออกไปโดยทันที ผู้เชี่ยวชาญด้าน google  ชี้แจงว่าการสร้างค่าประสบการณ์ Visitor Duration time ให้แก่เว็บไซต์  ยิ่งมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมาก อยู่เว็บไซต์นาน ยิ่งนานก็ยิ่งดี โดย robot ของ google ที่เรียกว่า crawler จะมองว่าบทความนั้นมีคุณภาพต่อผู้อ่าน ส่งผลทำให้เว็บไซต์ได้รับค่าพลัง ทำให้การจัดอันดับของเว็บไซต์อยู่อันดับที่ดีขึ้น การเพิ่มประสบการณ์ให้แก่เว็บไซต์ของเราถ้ามีมาก สะสมเยอะๆ มีโอกาสติดหน้าแรก

H2 โครงสร้าง On-page เขียนบทความให้ถูกหลัก SEO

การเขียนบทความให้ถูกหลัก SEO on-page โดยใช้หลักโครงสร้างการเขียนแบบ Essay Writing 

โครงสร้างของ Essay Writing ประกอบไปด้วยหลักการดังนี้ 

  • Title หัวเรื่อง
  • The Introduction / first paragraph บทความเกริ่นนำ ที่สำคัญที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะอ่านจากตรงนี้ก่อน หากน่าสนใจ น่าดึงดูด ก็จะทำให้ผู้อ่าน เลื่อนอ่านบทความของเรา
  • Hearder หัวเรื่องของเนื้อหา บอกความชัดเจนว่าต้องการจะสื่อถึงเรื่องอะไร  สร้างความชัดเจน 
  • Paragraph เนื้อหา ขยายความ อธิบายความเกี่ยวข้องของหัวเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจในประเด็ดที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ ตามหัวข้อย่อยนั้นๆ

H3 H=header แต่ละตัวคืออะไรบ้าง

  • H1 คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมาจาก title เพื่อบอกให้ผู้อ่านเข้าใจว่า บทความนี้กำลังจะสื่อถึงอะไร  ตัวอย่างเช่น title : มะม่วง ยังไม่สามารถสื่อความหมายที่ชัดเจนได้ว่า บทความนี้เกี่ยวข้องกับอะไร กับมะม่วง ปลูกเหรอ? กินเหรอ? ขายเหรอ? แต่ถ้า h1 ลงมาคือ วิธีปลูกมะม่วง คุณก็คงเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่า บทความความนี้สื่อถึงเรื่อง การปลูกมะม่วงแน่ๆๆ แล้วต่อมา ปลูกแบบไหน อะไรยังไง วิธีเพราะเหรอ เลือกปุ๋ยเหรอ วิธีเลือกต้นเหรอ ก็จะลงมาที่ – H2 คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมา H1 เพื่อเจาะลึก ขยายใจความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นการเรียนรู้ วิธีการสอนหรืออะไรก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา 
  • H3  คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมา H2 นะครับ หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Header ตรงนี้คือ เข้าใจว่าหัวข้อถัดมาจาก h2 คือ H3 ซึ่งจริงๆแล้วคือผิดครับ เราต้องดูที่หัวเรื่องว่าขยายอะไร ถ้ายังขยาย h1 อยู่ก็ยังต้องเป็น h2 แต่ถ้าขยาย h2 ก็เป็น h3 
  • H4 คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมา H3
  • H5 คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมา H4
  • H6 คือหัวเรื่องที่ขยายความลงมา H5 สูงสุดเพียง H6 เท่านั้น ! 

แต่ที่ผมเขียนบทความออนไลน์มา ผมมี Header ไม่เคยเกิน H3 เลย 

ถ้าเราดูตัวอย่างบทความที่ติดอันดับ 1 keyword : Paragraph Essay ก็มีสูงสุดถึงแค่ H3 เท่านั้น

H2 ข้อแนะนำในการเขียนบทความให้ถูกหลัก seo

  • ไม่คัดลอกบทความคนอื่นมาลงเว็บไซต์ตัวเอง หรือสปิ้นคำ ลงบทความซ้ำ นำบทความของคนอื่นมาแปะที่เว็บไซต์ของตัวเอง เพราะการสร้างงานคุณภาพส่งผลให้ตัวคุณเองมีคุณภาพไปด้วย และบทความที่ index แล้ว robot จะเก็บข้อมูล บันทึกไว้ในระบบของ google ทันที เมื่อพบการซ้ำของบทความอาจจะถูก google ลงโทษโดยแบนเว็บไซต์
  • บทความสามารถมี h1 ได้เพียง 1 ที่เท่านั้น 
  • บทความสามารถมี h2 ได้มากกว่า 1 ที่ไม่ผิดหลัก seo 
  • ใช้ plugin yoast เพื่อคอยเช็คความถูกต้องของบทความ on-page 

ขายของ สนใจเรียนทำ seo สร้างเว็บไซต์ แนะนำ ลุงเต่า seo professor ผมก็เรียนกับลุงเขา สอนดี ใช้ได้จริง >>ติดต่อที่ facebook

ติดต่องาน ผ่านอีเมล์ seopostoffer@gmail.com หรือ : ติดต่อผ่านฟอร์มหน้าเว็บ seoposter.com/ติดต่อ

 เขียนบทความถูกหลัก seo สร้างเว็บไซต์ราคาประหยัด  รับทำบทความคุณภาพรับประกัน ถูกหลัก seo 100% เขียนเอง โดยนักเขียนคุณภาพ รับประกันความพึ่งพอใจ 

รับฟรีแลนนักเขียนบทความ ไม่มีประสบการณ์ก็สมัครได้ พร้อมสอน 

เขียนบทความถูกหลัก seo
ปิดเมนู

Related Post

บทความที่เกี่ยวข้อง (ทดสอบ)